การศึกษาความรู้ ส่งผลให้มีรากฐานของแนวคิดที่ชัดเจน, ส่วนการปฏิบัติธรรม ส่งผลให้มีใจที่สงบนิ่ง
การเขียนเกี่ยวกับความสุข
อาจารย์กู
ฉงอวี๋ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้อำนวยการหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต คณะการศึกษาเพื่อชีวิต
1.
นิยามความสุขในความเห็นของข้าพเจ้า
จริง ๆ
แล้ว คำว่า “ความสุข” เป็นหัวข้อที่ยากต่อการให้คำจำกัดความ , เพราะว่าแต่ละคนมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน,
ดังนั้นความสุขที่ทุกคนต้องการ ก็แตกต่างกัน
หากต้องการเข้าใจว่า
ความสุข คืออะไร, ความสุข คือ สิ่งที่บางทีปรากฏในรูปแบบการรับรู้
หรือ ประสบการณ์ที่เราสัมผัส , แต่จากนั้นมันจะประกอบเป็นสเปกตรัมแห่งความสุข
ที่คนทั่วไปรับรู้ได้, เช่นเดียวกับ การรับรู้เมื่อดื่มน้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น.
ดังนั้นบางคนจะตีความความสุขด้วยสาระสำคัญ
และหลักการ, หวังที่จะแนะนำทุกคนในการสร้างภาพความสุขตามนี้ และสะท้อนความสุข.
แต่ไม่ว่าหลักการจะสรุปอย่างไร ทุก ๆ คนยังคงต้องลงมือทำบางสิ่ง ,ถึงจะสามารถ
รับรู้ได้ถึงความสุขที่แท้จริง
สำหรับคำนิยามของความสุขนั้น
, ฉันจะเริ่มจากการแยกว่า “ความสุขไม่ใช่อะไร” ตัวอย่างเช่น
ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ตกมาจากฟากฟ้า
, ไม่ใช่สิ่งที่เกิดโดยปกติ และเป็นธรรมชาติ, ไม่สามารถแยกเป็นเดี่ยว ๆได้
,
ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ,เป็นสิ่งที่ไม่คงที่ และก็ไม่ใช่ว่า สิ่งที่สิ่งคุณคาดหวัง
แล้วคุณจะได้รับสิ่งนั้น.
ในทางตรงกันข้าม,
ความสุข คือการรวมกันของ ผลกรรมดี
กรรมไม่ดีที่เราทำมา, คือ สิ่งที่แต่ละชีวิต ล้วนสะสมกันมาด้วยกัน, คือ ความรู้สึกร่วมกัน
ดุจลำธารเป็นที่บรรจบของน้ำแต่ละหยด, แต่เพราะว่า แต่ละคนเข้าใจและตีความต่างกัน ,
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความสุขต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
และการเปลี่ยนแปลงในเวลาเดียวกัน ต้องเผชิญกับการกำเนิดสิ่งใหม่ ๆ ในทุกขณะปัจจุบัน
2.
ความเห็นต่อหลักการทั้ง 4 ข้อ ของ “ความสุขที่เรียบง่าย” 「จิตใจ,การงาน,ความสัมพันธ์,สุขภาพ
」
ถ้าหากดู
จากการวิเคราะห์ และสรุปรวบยอดที่กล่าวมาข้างต้น , หลักการทั้ง 4 นี้ก็เป็นเหมือน กระบวนการฝากเงินในชีวิต ดุจหยดน้ำเล็ก
ๆ ที่ค่อยๆ ประกอบเป็นแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การพัฒนาจิตใจ, เรื่องความสำเร็จ,
เรื่องความสัมพันธ์ และความแข็งแรง , แต่ละเรื่อง ไม่มีสิ่งใดที่ทำได้ข้ามคืน
ล้วนจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจตราสังเกต ให้ความใส่ใจ และอดทน ในการค่อยๆ
สั่งสม, และการเข้าใจ การเปลี่ยนแปลงของเหตุ และปัจจัยเงื่อนไข, เรียนรู้ที่จะมีชีวิตที่พร้อมในการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
, พร้อมต่อการเผชิญต่อความไม่เที่ยงของร่างกาย, การขึ้นๆ ลงๆ ของใจ, ความสำเร็จที่ขึ้น
ลง, และผู้คนที่มา และจากไป, แต่แม้ว่าเราจะรู้ว่าทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไป เราก็ยังต้องใส่ใจตลอดเวลา
ถึงจะบรรลุความปรารถนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
3.
ข้อหนึ่ง
ในหลักการทั้งสี่ ที่รู้สึกว่าสำคัญที่สุด
คือ เรื่องจิตใจ
เนื่องจากได้มีโอกาสศึกษาธรรมะกับหลวงพ่อเซิ่งเหยียน
(เจ้าอาวาสผู้บุกเบิก วัดฝากู่ซัน ไต้หวัน) , ข้าพเจ้าพบว่าไม่ว่าจะเป็นการ
เรียนรู้, การฟัง, การอบรม ล้วนเป็นกระบวนการการเรียนรู้ ที่ต้องสะสมทีละนิด
และมองย้อนพิจารณาชีวิตทีละนิด, เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ได้ศึกษาเรียนรู้
จึงจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากภายใน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง. พร้อมกับเปลี่ยนแปลงของชีวิต
สิ่งที่ได้เรียนรู้มา ก็จะเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น , ความรู้ที่เรียนรู้มา ค่อยๆ
เปลี่ยนเป็นสารอาหารของชีวิต และเป็นรากฐานความมั่นคงทางจิตใจ
นอกจากนี้
สำหรับข้าพเจ้า สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การได้เรียนรู้ และฝึกสมาธิกับหลวงพ่อเซิ่งเหยียน
, ซึ่งการได้ปฏิบัติธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า อีกทั้งการเรียนรู้จากชีวิตจริง , ซึ่งการปฏิบัติธรรม
และการเรียนรู้จากชีวิตจริง ถ้าไม่มีการสั่งสม ให้เป็นความเคยชิน , ก็ไม่สามารถ
ทำให้เกิดพลังแห่งความมั่นคงได้
ดังนั้น
การศึกษาความรู้ ส่งผลให้มีรากฐานของแนวคิดที่ชัดเจน,
ส่วนการปฏิบัติธรรม ส่งผลให้มีใจที่สงบนิ่ง,
การหมั่นฝึกฝน และทบทวนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จะก่อตัวเป็นใจที่มั่นคง มีกำลังวังชา
, เกิดความสบายกายใจ และนำไปสู่หนทางการ เป็นที่พึ่ง ประคับประคองคนรอบข้างได้
Comments
Post a Comment